ไพล สมุนไพรไทย บรรเทาปวด กระจายเลือดเสีย แก้อาการปวดฟัน

ไพลเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมาช้านานแล้วถือเป็นมรดกที่ควบคู่กับวิถีชีวิตคนไทยเลยก็ว่าได้ โดยตามตำรายาไทยสามารถนำส่วนต่าง ๆ ของไพลมาใช้เป็นยาได้แทบทั้งนั้น อย่างเช่น เหง้า จัดว่าเป็นส่วนที่มีประโยชน์มากที่สุดของไพล เพราะสามารถนำมาใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้งนำมาเป็นส่วนประกอบของลูกประคบหรือนำมาฝนเพื่อใช้สมานแผล

แก้ฟกช้ำ ปวด บวม เหน็บชา เส้นตึง ปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ข้อเท้าแพลง ทาบรรเทาอาการผื่นคันจากการแพ้ โรคผิวหนัง แก้ฝี ดูดหนอง เป็นยากันเล็บถอด ขณะที่น้ำคั้นหัวไพลยังมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่และช่วยลดอาการปวด เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำ ข้อเท้าแพลง หรือหากนำไปต้มน้ำอาบ ถูนวดตัวก็ช่วยบำรุงผิวพรรณได้อีก หญิงเพิ่งคลอดบุตรก็สามารถนำเหง้าไปต้มน้ำอาบหลังคลอดได้ หากนำมารับประทานเป็นยาภายใน ก็มีสรรพคุณช่วยแก้บิด แก้ท้องเสีย แก้หืด ผสมยาอื่น เช่น ตำรับยาประสะไพล เป็นยารับประทาน ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด แก้ปวดท้อง แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับระดู ขับโลหิตเสีย

ทั้งนี้มีการพบว่า น้ำมันหอมระเหยในเหง้ามีสารออกฤทธิ์มากมาย ซึ่งการศึกษาในห้องทดลองพบว่าเป็นสารที่มีฤทธิ์ช่วยลดอาการบวมและอาการปวดได้ จึงช่วยยับยั้งอาการอักเสบด้วยกระบวนการเดียวกับยาแก้ปวดและยาลดอาการอักเสบแผนปัจจุบันเลยทีเดียว ปัจจุบันจึงมีการนำสารสกัดไพลมาผสมในครีมหรือขี้ผึ้งเพื่อทาบรรเทาอาการปวด สมุนไพรชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย การันตีด้วยความฮิตตั้งแต่โบราณ สามารถนำไปใช้ได้ทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นส่วนดอกใช้สำหรับลดไข้ ส่วนของลำต้นไพลที่มีสรรพคุณปรับสมดุลภายในร่างกาย รากช่วยแก้เลือดกำเดาไหล และส่วนที่นำมาใช้กันมากที่สุดคือ “เหง้า” ที่จะช่วยลดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ เป็นส่วนที่นำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อแปรรูปเป็นยาหม่องหรือน้ำมันนวดที่เราใช้กันนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นที่รับรองประโยชน์ของไพ อีกด้วย เช่น งานวิจัยที่ระบุว่า น้ำมันไพลสกัดประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและกรดสำคัญอื่น ๆ เช่น ฟีนิลบิวทานอยด์ที่สามารถช่วยลดอาการอักเสบได้ดีเลยทีเดียว และยังมีอีกหนึ่งงานวิจัยที่เผยว่า ครีมทาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของไพล สามารถลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบไพลคุณภาพดีก็จะออกฤทธิ์ได้ดีกว่าอีกด้วย

Scroll to Top