สมุนไพรต้นพิษนาศน์ ช่วยรักษาโรคคางทูม บำรุงน้ำนม ขับพิษภายใน

สมุนไพรถั่วดินโคกหรือพิษนาศน์เป็นอีกสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้ที่เติบโตช้าและโตไม่ทันใช้ เพราะใช้ส่วนรากหรือเหง้าเป็นส่วนมากและสมุนไพรพิษนาศน์ ก้อเป็นหนึ่งที่อยู่ในสมุนไพรที่ต้องควบคุม ถั่วดินโคกเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก รากฝนกับน้าดื่ม ช่วยลดไข้ในเด็ก ฝนทา แก้พิษงูแก้ฝีต้มน้าดื่ม บำรุงน้ำนม ขับพิษภายใน แก้ฟกช้ำบวมตามข้อตามกล้ามเนือ แก้คางทูม

ถิ่นกำเนิดของพิษนาศน์ นั้นยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่ามีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในบริเวณใดของโลก แต่ในประเทศไทยนั้น สามารถพบขึ้นทั่วไปในภาคเหนือ และภาคอีสาน บริเวณที่เป็นดินทรายในป่าผลัดใบ และป่าโปร่งทั่วไป ยังมีการนำมาใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพรตามภูมิปัญญาชาวบ้านมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว

พิษนาศน์ จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ 15-30 เซนติเมตร ลำต้นลักษณะสั้นประมาณ 5-8 เซนติเมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ แนบกับพื้นดินมีใบย่อย 9-13 ใบ โดยจะเป็นรูปวงรี รูปไข่ หรือ รูปขอบขนานแกมวงรี ปลายใบรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร ผิวใบมีขนละเอียดสีขาวขึ้นปกคลุม ดอกเป็นแบบช่อกระจะ โดยจะออกที่ปลายยอด และมีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกคล้ายรูปดอกถั่ว เป็นสีม่วงเข้ม และมีก้านช่อดอกยาว ผลออกเป็นฝักรูปขอบขนาน มีขนละเอียดสีขาว ปกคลุมด้านในมีเมล็ดเดียว

สรรพคุณเด่นๆของพิษนาศน์คือช่วยบำรุงน้ำนมของสตรี รัดษาแผลอักเสบฝีหนอง แก้ไข้เซื่องซึม ช่วยดับพิษกาฬที่ทำให้หมดสติ พูดไม่ออก เป็นสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี นิยมใช้รากและลำตันมาฝนเป็นยา รากนำมาฝนกับน้ำดื่มช่วยลดไข้ในเด็ก ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงน้ำนมของสตรี (กินมากไม่ดี) ใช้ฝนทาแก้พิษงู (ความเชื่อ ต้องสวดคาถาด้วย) ใช้ลำต้น ราก เหง้า และใบนำมาฝนทาเป็นยาแก้ฝี
สรรพคุณตำรายาไทย ราก รสจืดเฝื่อนซ่า ต้มเอาน้ำดื่ม ขับพิษภายใน ขับน้ำ แก้ฟกบวมตามข้อ ตามกล้ามเนื้อ แก้คางทูม

ในการใช้พิษนาศน์เป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ นั้นควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่น เพราะยังไม่มีข้อมูลการศึกษาทางพิษวิทยาดังนั้น จึงควรใช้ในปริมาณที่พอดี ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือ ใช้ติดต่อกันนานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำก่อนจะใช้พิษนาศน์ เป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ

Scroll to Top