ขี้เหล็ก สมุนไพรคลายเครียด หลับสบาย รักษารังแค ขับพยาธิ

ขี้เหล็กสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลายส่วน เช่น ดอกตูม ยอดและใบอ่อน โดยนำมาทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก แกงกับเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นอาหารเก่าแก่ของคนไทยทุกภาคซึ่งแต่ละภาคก็มีสูตรแตกต่างกันไป ขี้เหล็กให้คุณค่าทางอาหารหลายอย่างคือ ยอดและใบอ่อน ขี้เหล็กเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่สามารถนำทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ได้ เริ่มตั้งแต่ ดอกใช้รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย

รักษาโรคหืด รักษาโรคโลหิตพิการ รักษารังแค ขับพยาธิ ใบใช้รักษาโรคบิด รักษาโรคเบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาฝีมะม่วง รักษาโรคเหน็บชา ลดความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย รักษาอาการนอนไม่หลับ สำหรับเป็นยานอนหลับให้นำใบมาดองเหล้าดื่มก่อนนอน สำหรับเป็นยาระบายใช้ใบอ่อนครั้งละ 2-3 กำมือต้มกับน้ำ 1 ถ้วย เติมเกลือเล็กน้อย ให้ดื่มหลังอาหารเช้าครั้งเดียว ลำต้นและกิ่งใช้เป็นยาระบาย รักษาโรคผิวหนัง แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว เปลือกต้นใช้รักษาโรคริดสีดวงทวาร โรคหิด แก้กระษัยใช้เป็นยาระบาย กระพี้มีรสขมเฝื่อนใช้แก้ร้อนกระสับกระส่าย บำรุงโลหิต คุมกำเนิด ฝักใช้แก้พิษไข้ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง โลหิตขึ้นเบื้องบน เปลือกฝักใช้แก้เส้นเอ็นพิการ รากใช้รักษาไข้ รักษาโรคเหน็บชา แก้ฟกช้ำ แก้ไข้ บำรุงธาตุ และทั้งต้นใช้แก้กระษัย ดับพิษไข้ แก้พิษเสมหะ รักษาโรคหนองใน รักษาอาการตัวเหลือง เป็นยาระบาย บำรุงน้ำดี

ขี้เหล็กมีสารที่สำคัญที่มีปริมาณมากคือบาราคอลมีลักษณะเป็นผลึกสีเหลืองแกมเขียว ละลายได้ในน้ำ ในสภาวะปกติบาราคอลมักไม่ค่อยเสถียรเนื่องจากเกิดปฏิกิริยากำจัดน้ำออกจากโมเลกุล เกิดเป็นสารแอนไฮโดรบาราคอล บาราคอลเป็นสารที่มีประโยชน์ คือช่วยให้นอนหลับดี คลายเครียด คลายความกังวล ต้านอารมณ์เศร้า เป็นยาระบาย

ด้วยสรรพคุณของใบขี้เหล็ก องค์กรเภสัชกรรมจึงทำยาเม็ดจากใบขี้เหล็กออกมาจำหน่าย แต่เมื่อผู้บริโภครับประทานยาอยู่พักหนึ่ง ก็เริ่มมีอาการตับอักเสบ ทำให้องค์กรเภสัชกรรมต้องยกเลิกการใช้ยาเม็ดขี้เหล็ก แต่เหตุใดคนโบราณจึงกินแกงขี้เหล็กโดยไม่ปรากฏอันตรายขึ้น เหตุผลน่าจะอยู่ที่ว่า บรรพบุรุษของเรากินขี้เหล็กโดยนำมาต้มหลายครั้ง ทำให้พิษบางอย่างในขี้เหล็กลดลง จึงปลอดภัยในการกิน แต่เมื่อนำใบขี้เหล็กผงมาทำเป็นเม็ดไม่ได้ผ่านกระบวนการต้ม สารพิษจึงยังคงอยู่สูง ซึ่งสารพิษนี้มีนักวิจัยได้พิสูจน์ในภายหลังว่าไม่ใช่บาราคอล แต่มาจากสารอื่นในใบขี้เหล็ก

การต้มทำให้แอนไฮโดรบาราคอล ในส่วนต่างๆของขี้เหล็กลดลง โดยเฉพาะยอดลดลงมากที่สุดถึง 66.89 % ดอกตูมลดลงน้อยที่สุดคือ 13.87 % และความขมก็ลดลงด้วย ใบขี้เหล็กมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ดอกขี้เหล็กมีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันหวัด ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยบำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ แก้ไฟ ทำให้ตัวเย็น ช่วยเจริญธาตุไฟ ช่วยแก้โรคกระษัย ช่วยรักษาอาการตัวเหลือง ช่วยรักษาโรคเบาหวาน สรรพคุณด้านสมุนไพรของขี้เหล็กมีหลายประการ คนไทยนิยมใช้ยอดและดอกมะขามอ่อนนำมาทำเป็นยาระบายอ่อนๆ หากต้องการให้ระบายแรงก็ใช้แก่น ซึ่งใช้รักษากามโรค แผล ฝี และขับน้ำคาวปลาได้ด้วย

ใบแก่ ใช้ขับระดูขาว แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ดอกบาน ใช้ลดความดันโลหิต แก้หืด แก้รังแค เปลือก ใช้แก้ริดสีดวง นอกจากประโยชน์ด้านต่างๆที่กล่าวมาแล้ว ขี้เหล็กบ้านยังใช้เป็นต้นไม้ที่ปลูกเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและดินที่เสื่อมโทรมแล้วได้ดีมาก

Scroll to Top